การเป็นผู้หญิงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อันตรายรอบด้าน มิหนำซ้ำโรคภัยยังแอบซุ่มโจมตีไม่ให้ซุ่มให้เสียง โดยเฉพาะมะเร็งในสตรี ไหนจะมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งรังไข่ เนื้อร้ายก้อนสุดท้ายนี้อาจพบเจอไม่บ่อย รั้งท้ายมะเร็งของผู้หญิง แต่กลับกลายเป็นว่า พอตรวจเจอปุ๊บกลับเจอในระยะสุดท้ายท้าย บางรายเกินเยียวยา ได้แต่ทำใจ 

          “มะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 5 ของมะเร็งที่พบในสตรี สาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์” 

          รศ.นพ.สุวิทย์ บุณยะเวชชีวิน ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้ข้อมูลว่า “รังไข่นอกจากสร้างไข่แล้ว ยังผลิตฮอร์โมนเพศหญิงที่ชื่อว่า Estrogen และ Progesterone รังไข่ มีหน้าที่ผลิตไข่เพื่อผสมพันธุ์กับอสุจิของผู้ชาย และสร้างฮอร์โมนเพศหญิง 

          การ ตกไข่ หมายถึงการเกิดแผลที่รังไข่ และโดยปกติจะมีการกระตุ้นให้เกิดแผลทุกเดือน เซลล์จากแผลพวกนั้นอาจจะมีการแบ่งตัวกลายเป็นมะเร็งได้" 

          กรรมพันธุ์เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเป็นมะเร็งรังไข่ แม้แต่การโรยแป้งบริเวณน้องหนูยังเป็นอีกสาเหตุเช่นกัน 

          “เรา พบประวัติผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ส่วนใหญ่ ญาติพี่น้อง พ่อแม่ ครอบครัวของผู้ป่วยเป็นมะเร็ง ดังนั้นสาเหตุหลักคาดว่า มาจากกรรมพันธุ์ ส่วนสาเหตุอื่นเราไม่ทราบอย่างแน่ชัด บางคนสันนิษฐานว่า การโรยแป้งบริเวณอวัยวะเพศทำให้แป้งเข้าสู่ช่องคลอดแล้วซึมเข้าไปกระตุ้นรัง ไข่ 

           นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่นการที่เราใช้ฮอร์โมนไปกระตุ้นให้ไข่ตก เช่น การกระตุ้นการมีบุตรนั่นเอง”

คุณหมอส่ายหน้าเมื่อถามถึงการป้องกัน
 
          “สาเหตุการเกิดของมะเร็งรังไข่นั้น ไม่ทราบสาเหตุอย่างชัดเจนซึ่งต่างจากมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นการป้องกันจึงทำได้ยากมาก” 

          วิธีที่ดีที่สุดคือ การไปตรวจภายในสม่ำเสมอปีละครั้ง หากเจอจะได้รีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ คุณหมอบอก 

          “หากพบว่าเป็นมะเร็งในระยะแรกจะใช้วิธีผ่าตัด หากเป็นในระยะท้ายๆ มะเร็งลุกลามแล้ว เราจำเป็นต้องใช้เคมีบำบัด ร่วมด้วยการฉายแสง” 

          “ปัจจุบัน มะเร็งรังไข่พบว่าผู้หญิงเป็นกันมาก และเปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นสูงมาก เนื่องจากคนไข้จะมารักษาอาการในระยะสุดท้ายนั่นเอง” 

          คุณหมอให้สังเกตสัญญาณอันตรายมะเร็งมาเยี่ยมเยือนรังไข่ 

          “หาก พบว่าเกิดอาการแน่นท้อง อึกอัดท้อง บางรายสงสัยว่ามีก๊าซในท้อง คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย มีอาการเบื่ออาหาร รู้สึกแน่นท้องหลังจากรับประทานอาหาร น้ำหนักขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ และเลือดออกทางช่องคลอด 

          หาก ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหาร สุขภาพทรุดโทรม น้ำหนักตัวลด อาการเหล่านี้ถือเป็นอาการของมะเร็งรังไข่ระยะสุดท้ายแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอาการหายใจไม่สะดวกร่วมด้วย เพราะมะเร็งได้กระจายไปทั่วตัว 

          ในบางรายมะเร็งมีการโตเร็วมาก เนื้อร้ายก้อนนั้นก็อาจจะแตกในท้องส่งผลให้เกิดการตกเลือดในท้อง และเสียชีวิตในที่สุด” 

          คุณหมอเชื้อเชิญคุณผู้หญิงมาตรวจภายในทุกปี ป้องกันมะเร็งรังไข่ 

          “วิธีการป้องกัน และตรวจสอบคือ ต้องเข้ามาตรวจภายในเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ จะมีการตรวจเช็คด้วยวิธีอื่น เช่น การอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ทางหน้าท้องช่วย หรือเจาะเลือดโดยการใช้สารเคมีบางชนิดจะช่วยบอกได้ว่าเป็นมะเร็งรังไข่หรือไม่” 

          อุปสรรคการตรวจมะเร็งรังไข่ คือ จะหาเนื้อร้าย “เจอ หรือ ไม่” เพราะอยู่ในช่องท้อง ตรวจลำบาก 

          “การตรวจมะเร็งปากมดลูกตรวจง่ายมาก เพราะคลำ และเห็นได้ง่าย โอกาสพบสูงกว่ามะเร็งรังไข่

          ขณะ ที่การตรวจมะเร็งรังไข่ต้องตรวจในช่องท้อง การตรวจจะยากกว่ามะเร็งปากมดลูก กว่าจะตรวจอัลตราซาวด์ คัดกรอง เราจะไม่มีการคัดกรองเท่ากับมะเร็งปากมดลูก” 

          ผู้ป่วยส่วนใหญ่ชะล่าใจรอให้เกิดอาการจึงมาตรวจ ซึ่งมันช้าไปเสียแล้ว 

          “รัง ไข่อยู่ในท้องหากเอาเซลล์มาตรวจค่อนข้างลำบาก เราจะได้เห็นแค่เวลาอัลตราซาวด์ ซึ่งการตรวจนั้นจะค่อนข้างดูยาก ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นมะเร็ง อีกอย่างจะเอาผู้หญิงมาคัดกรองทุกคนคงจะลำบาก

          พอมีอาการรุนแรงเลือดออกถึงได้มาตรวจ ซึ่งก็ช้าไปเสียแล้ว ไม่ทันการณ์” 

          *เกร็ดฯ ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่ 

          -จากผลการวิจัยการรับประทานยาคุมกำเนิดโดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาคุมมาเป็นเวลานานช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง 

          -การทำหมันหลังคลอดหรือการตัดมดลูกจะลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งรังไข่ 

          -การตั้งครรภ์ในขณะที่อายุน้อยกว่า 30 ปี และเลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองเป็นเวลานานลดความเสี่ยงเช่นกัน 

          -การ รับประทานอาหารมันจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ จากการศึกษาของสมาคมโรคหัวใจพบว่า คนอ้วนจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่มากกว่าคนผอมร้อยละ50

           -การผ่าตัดเอารังไข่ออกเพื่อป้องกันมะเร็งนั้น จะกระทำในผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด

           ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ